บริษัทประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีคุณภาพสูงชนิดพิเศษ ซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตบรรจุภัณฑ์โลหะ เช่น กระป๋องโลหะบรรจุอาหาร กระป๋องโลหะบรรจุเครื่องดื่ม ถังโลหะบรรจุอาหาร ภาชนะโลหะบรรจุสารเคมีทั้งขนาดเล็ก 0.5 ลิตร จนถึงขนาด 200 ลิตร เช่น กระป๋องสเปรย์ นอกจากนี้ยังรวมถึงหลอดอลูมิเนียมบรรจุเวชภัณฑ์หรือเครื่องสำอาง โดยมีสินค้าหลัก 2 ชนิดคือ
- ผลิตภัณฑ์สารเคลือบบรรจุภัณฑ์โลหะ (Can Coating) สารเคลือบบรรจุภัณฑ์โลหะของบริษัท หรือที่เรียกว่าแลคเกอร์ เป็นผลิตภัณฑ์ประเภท Solvent Base (Solvent Base Can Coating) ซึ่งใช้เคลือบผิวกระป๋อง และฝากระป๋อง โดยใช้เคลือบผิวทั้งด้านในและด้านนอก
- สารเคลือบบรรจุภัณฑ์โลหะเคลือบผิวกระป๋องด้านในต้องมีคุณสมบัติในการทนต่อสภาพความเป็นกรดด่างของสินค้าที่บรรจุ โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารที่มีความเป็นกรดด่างที่แตกต่างกันซึ่งจะป้องกันไม่ให้อาหารที่บรรจุทำปฏิกิริยากับตัวบรรจุภัณฑ์จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องกลิ่น สี และรสของอาหารในกระป๋อง จึงเป็นการรักษาอายุของสินค้าให้ยาวนาน
- ส่วนสารเคลือบบรรจุภัณฑ์โลหะเคลือบผิวกระป๋องด้านนอกมีคุณสมบัติป้องกันพื้นผิวด้านนอกกระป๋องจากการเกิดสนิม การขีดข่วนการกัดกร่อนและเป็นสารเคลือบรองพื้นสำหรับก่อนการตกแต่งภายนอกกระป๋องด้วยหมึกพิมพ์และสารเคลือบเงาด้านนอก (Outside Printing & Vanishing) เพื่อให้ภาชนะบรรจุภัณฑ์ดูสวยงาม จึงต้องมีคุณสมบัติในเรื่องการยืดหยุ่นที่สูง บริษัทมีนโยบายทำตลาดให้ครอบคลุมทุกส่วนการตลาด โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม บริษัทเริ่มนำผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าเป็นทางเลือก และให้สามารถรองรับความต้องการใหม่ๆของลูกค้าในแต่ละ Segment บริษัทพัฒนาระบบการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ให้ครอบคลุมทุกส่วนตลาดในประเทศ (Full Segmentation Coverage)
- ผลิตภัณฑ์ยางยาแนวฝากระป๋อง (Sealing Compounds) ผลิตภัณฑ์ยางยาแนวฝากระป๋องเป็นสารป้องกันการรั่วซึมที่ใช้กับบรรจุภัณฑ์โลหะโดยมีคุณสมบัติสำคัญในการป้องกันรอยรั่วตามแนวตะเข็บ ระหว่างตัวภาชนะกับฝาภาชนะทั้งฝาล่างและฝาบนที่เกิดขึ้นในระหว่างการผลิตตัวภาชนะ และการปิดฝาภาชนะภายหลัง การบรรจุอาหารหรือสินค้า ลงในภาชนะแล้วเพื่อป้องกัน มิให้สิ่งปนเปื้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในภาชนะ เป็นการยืดอายุการเก็บรักษา ของผลิตภัณฑ์ที่บรรจุภายในภาชนะ นอกจากนี้ยังต้องทนต่อกระบวนการฆ่าเชื้อเพื่อถนอมอาหารที่บรรจุภายในตามกระบวนการผลิตของลูกค้า
บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขาย สารเคลือบบรรจุภัณฑ์โลหะ : ยางยาแนวกระป๋อง ประมาณ 53 : 47 ซึ่งถือว่ามีความใกล้เคียงกัน
ต้นทุนในการผลิตของบริษัทประมาณ 90% เป็นต้นทุนจากวัตถุดิบ ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตยังแยกเป็น 2 ส่วนคือ
- การผลิตสารเคลือบบรรจุภัณฑ์โหละ
วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นสารเคมีที่ได้มาจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เช่น เรซิ่น โพลีเมอร์ ตัวทำละลายและสารเคมีอื่นๆ ซึ่งบริษัทสามารถสั่งซื้อจากผู้ผลิตในประเทศ ตัวแทนจำหน่ายในประเทศหรือนำเข้าจากต่างประเทศโดยตรง แต่ทั้งนี้ราคาของวัตถุดิบอาจมีความผันผวนตามกลไกตลาด ทำให้บริษัทต้องมีการวางแผนการผลิตและการจัดซื้อให้สอดคล้องเหมาะสมทั้งปริมาณ เวลาการจัดส่ง รวมถึงราคาวัตถุดิบ เพื่อการควบคุมประสิทธิภาพการผลิต การบริหารคลังสินค้า และต้นทุนการผลิต
- ยางยาแนวกระป๋อง
วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ได้แก่ น้ำยางธรรมชาติ เป็นต้น ทั้งนี้ราคาของวัตถุดิบอาจมีความผันผวน เป็นไปตามกลไกของตลาดเช่นกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวบริษัทจัดหาได้ง่ายจากผู้ผลิตในประเทศ แต่ราคาน้ำยางเป็นไปตามกลไกราคาตลาดโลก
กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้:
- ลูกค้าในประเทศ ลูกค้าในประเทศประกอบไปด้วยผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์โลหะที่ให้บริการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมภายในประเทศ
- กลุ่มลูกค้าในตลาดประเทศจีน
- ลูกค้ารายใหญ่: บริษัทจำหน่ายสินค้าโดยตรงเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วและตรงจุด
- บริษัทย่อยในประเทศจีน: จำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้าขนาดกลางและลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าในประเทศ โดยบริษัทสนับสนุนทางเทคนิค และบริการหลังการขายผ่านทีมเทคนิคและทีมขาย รวมถึงการจัดตั้งหน่วยผลิตยางยาแนวเพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
- กลุ่มลูกค้าในตลาดต่างประเทศอื่น ๆ
- เอเชีย: พม่า, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เวียดนาม, สิงคโปร์, ไต้หวัน, เกาหลีใต้, ฮ่องกง, มัลดีฟส์, บังกลาเทศ, ศรีลังกา, ปากีสถาน, ตุรกี, อินเดีย
- ออสเตรเลีย: ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์
- ตะวันออกกลาง: อิหร่าน, ซาอุดิอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- แอฟริกา: อียิปต์
- ยุโรป: อิตาลี, ตุรกี
- อเมริกา: เม็กซิโก
- อเมริกาใต้: บราซิล, เปรู, เอกวาดอร์, ชิลี
ความเสี่ยงด้านการพึ่งพาผู้จำหน่ายวัตถุดิบหลัก
วัตถุดิบหลักในการผลิตของบริษัท เป็นวัตถุดิบที่มีลักษณะความพิเศษที่จะต้องสามารถสัมผัสอาหารและเป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับอุตสาหกรรม โดยถือปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐของแต่ละประเทศที่มีหน้าที่ดูแลด้านความปลอดภัยของอาหาร (FDA approved raw material) แม้ว่าวัตถุดิบเหล่านี้บริษัทสามารถจัดหาได้จากผู้จัดจำหน่ายทั่วไป แต่วัตถุดิบบางชนิดจะมีบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายน้อยราย จึงอาจทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบอาจไม่สามารถจัดส่งวัตถุดิบได้ตรงตามเวลาและตามความต้องการ ซึ่งจะส่งผลต่อการผลิตได้
อย่างไรก็ตามบริษัทได้กำหนดมาตรการควบคุมต่างๆได้แก่ นโยบายการบริหารการจัดเก็บวัตถุดิบสำรองให้พอเพียง กำหนดให้มีการประชุมทบทวนความต้องการ คำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด กำหนดนโยบายการจัดหาวัตถุดิบจากผู้ผลิตรายอื่นทั้งในประเทศ และต่างประเทศเพิ่มเติมและต่อเนื่อง และมีการนำ Safety Stock ของวัตถุดิบหลักมาจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกำหนดให้อยู่ภายใต้หน้าที่ ความรับผิดชอบร่วมกันระหว่าง ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายวางแผนการผลิต และฝ่ายงานวิจัยและพัฒนา
ความเสี่ยงด้านลูกค้ารายใหญ่
ลูกค้ารายใหญ่ในแต่ละประเทศจะมีจำนวนมากน้อยแตกต่างกันไป ปัจจุบันลูกค้าบริษัทรายใหญ่ 15 ราย มียอดขายประมาณร้อยละ 50 ของยอดขายรวมทั้งบริษัท เนื่องจากลูกค้ารายใหญ่มีความต้องการในสินค้าที่หลายชนิดที่บริษัทสามารถตอบสนองได้มากกว่าลูกค้ารายเล็ก การเข้าถึงลูกค้ารายเล็กจำเป็นต้องใช้บุคลากรมากกว่าในการเข้าถึง แต่อย่างไรก็ตามบริษัทไม่มีลูกค้ารายใหญ่รายใดที่มียอดขายมากกว่าร้อยละ 10 ของยอดขายรวม ผลกระทบต่อยอดขายจึงอาจส่งผลไม่มากนัก
บริษัทมีมาตรการควบคุมดูแล ดังนี้ จัดทำมาตรการประเมินความพึงพอใจของลูกค้าทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และด้านบริการของบริษัท เน้นการส่งเสริมเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า การให้บริหารทางเทคนิค เพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้า รวมถึงการจัดการต่างๆเพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า และการนำเสนอสินค้าใหม่เพื่อเป็นการเพิ่มยอดขายอีกทาง รวมถึงนโยบายการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย และที่ปรึกษาเพื่อการเข้าถึงลูกค้าอย่างใกล้ชิด ทำให้ทราบปัญหาและการตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว นโยบายการขยายฐานลูกค้าสู่ลูกค้ารายกลางถึงรายเล็กเพื่อขยายฐานและลดผลกระทบ โดยกำหนดให้อยู่ภายใต้หน้าที่ความรับผิดชอบร่วมกันระหว่าง ฝ่ายขาย ฝ่ายวางแผนการผลิต ฝ่ายงานวิจัยและพัฒนา และฝ่ายบริหารฯ
ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์
สินค้าของบริษัทใช้อยู่ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโลหะ หากบรรจุภัณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงวัสดุไปเป็นวัสดุชนิดอื่น ก็อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทได้ แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ ยังไม่สามารถตอบสนองต่อการเก็บรักษาคุณภาพ สินค้าที่มีระยะเวลาในการจัดเก็บได้นานเท่ากับบรรจุภัณฑ์โลหะรวมถึงความปลอดภัยในการจัดส่ง ดังนั้นอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะยังคงเป็นที่นิยม ในการบรรจุอาหารและเครื่องดื่ม บริษัทไม่ได้หยุดนิ่งได้มีการวางแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อใช้กับวัสดุใหม่ๆในอนาคต
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและธุรกิจของบริษัทในหลายด้าน ทั้งภาวะที่ความถี่ของการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเพิ่มขึ้น นโยบายและกฎหมายข้อบังคับทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงแรงผลักดันในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่สังคมคาร์บอนต่ำ บริษัทได้ตระหนักถึงความเสี่ยงในด้านดังกล่าวโดยในปี 2567 ได้ริเริ่มประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามแนวทางของ Task Force on Climate-related Financial Disclosures (TCFD) โดยจะผนวกรวมกับการประเมินความเสี่ยงขององค์กรเพื่อเตรียมพร้อมและป้องกันผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิกาศต่อธุรกิจ
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทประกอบธุรกิจในการผลิตสารเคลือบบรรจุภัณฑ์โลหะเคลือบกระป๋องและยางยาแนวฝากระป๋องซึ่งเป็นเคมีภัณฑ์ ดังนั้นกระบวนการผลิตอาจก่อให้เกิดมลภาวะได้ ในลักษณะของกลิ่น ไอสารเคมี กากอุตสาหกรรม และการปนเปื้อนของเสียในน้ำ บริษัทจึงได้นำระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2015 เข้ามาประยุกต์ใช้ทำให้เกิดการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญในทุกกระบวน นำไปสู่การพัฒนากระบวนการผลิต การปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียลดการใช้ทรัพยากรต่างๆ เช่น น้ำ ไฟฟ้า เชื้อเพลิง โดยอยู่ภายใต้การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องโดยกำหนดมาตรการดูแลควบคุม ได้แก่ กำหนด “นโยบายคุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย” กำหนดแผนงานประจำปี ดำเนินการและควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานด้วยนโยบายการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายทุกประการ พร้อมทั้งให้มีการตรวจรับรองจากหน่วยงานอิสระภายนอก พร้อมรายงานผลการตรวจสอบ และแนวทางในการแก้ไข ให้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของฝ่ายระบบคุณภาพ และฝ่ายผลิต
ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบรรจุภัณฑ์
บริษัทเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ และลูกค้าของบริษัทก็เป็นผู้ผลิตสินค้าส่งไปทั่วโลกดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ย่อมส่งผลต่อคู่ค้าของบริษัทและตัวบริษัทเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งในปัจจุบันมีการให้ความสำคัญกับการปนเปื้อน ของสารเคมีในอาหารและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสารเคมีที่ย่อยสลายยากเช่นสารเคมีในกลุ่ม PFAS (สารเคมีจำพวกคาร์บอนและฟลูออรีน ซึ่งสามารถคงอยู่ในสภาพแวดล้อมได้เป็นเวลานาน) บริษัทจึงจำเป็นต้องมีการปรับคุณคุณภาพสินค้าเพื่อให้ผ่านมาตรฐานดังกล่าวที่จะมีผลบังคับใช้ โดยบริษัทมีทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำการวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิมให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ลูกค้าต้องการ
ความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นเคมีภัณฑ์ ดังนั้นพื้นที่โรงงานจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติภัย การบาดเจ็บหรือเกิดโรคจากการทำงานค่อนข้างสูง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพชีวิตของพนักงาน บริษัทจึงมีนำระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO45001-2018 เข้ามาประยุกต์ใช้ พร้อมทั้งกำหนด “นโยบายคุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีว อนามัยและความปลอดภัย” เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัยทั่งทั้งองค์กร โดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของฝ่ายระบบคุณภาพ และฝ่ายผลิต
ความเสี่ยงด้านการผลิต
แม้ว่าบริษัทจะใช้กระบวนการผลิตระบบอัตโนมัติในการควบคุมการผลิตนั้น อาจเกิดปัญหาด้านการดูแลการผลิต หากระบบควบคุมการผลิตเกิดการขัดข้อง อย่างไรก็ตามปัญหานี้ได้รับการออกแบบระบบการทำงานให้สามารถควบคุมด้วยบุคคลในขั้นตอนการผลิต เพื่อให้สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิต
ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้า
ลูกค้าอาจพบปัญหาการใช้สินค้าของบริษัท ในขั้นตอนการใช้งานที่โรงงานของลูกค้า หรือเกิดขึ้นที่ลูกค้าปลายทางหลังจากที่มีการบรรจุสินค้า อย่างไรก็ตามบริษัทได้จัดทำประกันความเสี่ยงด้านผลิตภัณฑ์ Product Liability Insurance เพื่อป้องกันความเสียหายที่มาจากการเรียกร้อง ของลูกค้าในทุกภูมิภาคที่บริษัทจำหน่าย และได้กำหนดมาตรการควบคุมดูแลควบคุมความเสี่ยงด้วยมาตรการดูแลลูกค้าที่โรงงานลูกค้า โดยกำหนดให้ทีมบริการเทคนิคและทีมงานขายเข้าร่วมตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง พร้อมทั้งหาวิธีการเพื่อเข้าปรึกษา ร่วมกับลูกค้าในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นโดยรวดเร็ว โดยกำหนดให้อยู่ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของฝ่ายเทคนิคบริการ ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ฝ่ายขาย ฝ่ายระบบคุณภาพ และฝ่ายผลิต นอกจากนี้บริษัทได้มีนโยบายปรับปรุงเครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบคุณภาพของสินค้าเพื่อ ให้ที่ออกจากโรงงานเป็นไปตามมาตรฐานตามที่ลูกค้าต้องการ
ความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
วัตถุดิบหลักในการผลิตสารเคลือบบรรจุภัณฑ์โลหะเคลือบกระป๋องและยางยาแนวฝากระป๋องของบริษัท เป็นเคมีภัณฑ์ คิดเป็นสัดส่วนต้นทุนประมาณร้อยละ 80 ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ซึ่งราคาวัตถุดิบจะผันผวนตามกลไกของตลาดด้านอุปสงค์และอุปทาน จึงส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของบริษัทมีความผันผวนตามไปด้วย ทั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทุกรายในอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน อย่างไรก็ตามบริษัทได้กำหนดมาตรการควบคุม ดังนี้ นโยบายทบทวนคำสั่งซื้อและการทบทวนปริมาณสินค้าคงคลัง เพื่อการพิจารณาการสั่งซื้อให้เหมาะสม และนโยบายการทำสัญญาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าตามสถานการณ์ ด้วยการติดตามราคาน้ำมัน ราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้จัดจำหน่ายเพื่อความยืดหยุ่นในการกำหนดราคา รวมถึงการจัดทำ Sales Forecast เพื่อเป็นการวางแผนระยะยาว โดยกำหนดให้อยู่ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายขาย ฝ่ายวางแผน และฝ่ายคลังสินค้า
ความเสี่ยงด้านการเงิน
ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ บริษัทมีธุรกรรมการส่งออกมากกว่าร้อยละ 70 และมีการนำเข้าวัตถุดิบแต่ในสัดส่วนที่น้อยกว่า ดังนั้นความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนการเงินอาจส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทได้ บริษัทจึงกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงดังนี้ นโยบายการบริหารการเงินด้วย Natural Hedging นโยบายการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) กับสถาบันการเงินในประเทศ และนโยบายการใช้บัญชี FCD การใช้นโยบายต่างๆจะพิจารณาตามสถานการณ์ของค่าเงินบาทที่เกิดขึ้น
ความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชั่น
บริษัทไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชั่นใดๆทั้งสิ้น โดยครอบคลุมถึงธุรกิจและรายการทั้งหมดในทุกประเทศและทุกหน่วยงาน ด้วยการกระทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิชอบด้วยหน้าที่หรือด้วยกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเอง พวกพ้องและหรือผู้อื่น บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกคนรวมถึงบริษัทย่อย ต้องปฏิบัติตามนโยบายนี้โดยทั่วกัน